งานประเพณีปอยส่างลอง

งานประเพณีปอยส่างลอง

หมวดหมู่ : บทความ

ข้อมูลโดย : admin

add-mykalenda

รายละเอียด :

 

สายสุนีย์ สิงหทัศน์...เรื่อง
 
            คำว่า “ปอยส่างลอง”เป็นภาษาไตหรือไทยใหญ่ “ส่างลอง”คือผู้ที่จะบวชเป็นสามเณร เมื่อบวชเป็นสามเณรแล้วเรียกว่า “เจ้าส่าง”ส่วนผู้ที่จะบวชเป็นพระภิกษุนั้นเรียกว่า “จางลอง”เมื่อบวชเป็นพระแล้วเรียกว่า “เจ้าจาง”ดังนั้นปอยส่างลองก็คือปอยน้อย หรือปอยบวชลูกแก้วของคนเมืองทั่วไปนั่นเอง
 
            ชาวไทยใหญ่มีคตินิยมเช่นเดียวกับชาวไทยล้านนาอื่น ๆ ว่าการบรรพชาสามเณรนั้นอยู่ในวัยอันบริสุทธิ์เป็นที่รักใคร่ของญาติมิตร ประกอบกับระบบการศึกษาแผนไทยยังไม่แพร่หลายเช่นปัจจุบัน พ่อแม่จึงนิยมนำลูกชายไปฝากไว้ที่วัดเพื่อศึกษาอ่านเขียนหนังสือและเรียนรู้การดำเนินชีวิตที่ถูกต้องตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เมื่อเด็กมีความรู้และอายุพอสมควรแล้ว ก็จะจัดพิธีบรรพชาเป็นสามเณรต่อไป
 
 
            เดิมปอยส่างลองเป็นประเพณีที่จัดเฉพาะในหมู่ญาติของเจ้าภาพ ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๖ ได้เกิดมีแนวความคิดใหม่จัดเป็นบรรพชาหมู่ร่วมกันมากถึง ๒๐๐ รูป เนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี ทำให้ในเขตอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอนนิยมจัดการบรรพชาหมู่สืบต่อมาจนถึงปัจจุบัน ประเพณีปอยส่างลองจึงได้กลายเป็นประเพณีที่จูงใจให้มีผู้สนใจมากขึ้นกว่าสมัยก่อน
 
            การบวชปอยส่างลองตามประเพณีนั้นมีอยู่ ๒ วิธี คือการโกนผมนุ่งขาวห่มขาวไปบวชแบบเงียบ ๆ เรียกว่าข่ามดิบ และการจัดพิธีอย่างใหญ่โตเรียกว่า ส่างลอง ซึ่งเป็นที่นิยมกันมาก การจัดปอยส่างลองจะจัดกี่วันก็ได้ สุดแต่ฐานะของเจ้าภาพ ส่วนใหญ่จะจัด ๓-๔ วัน เมื่อตกลงจะจัดงานวันใดแล้ว เจ้าภาพก็จะเชิญแขกโดยนำห่อเมี่ยงหรือเทียนไขไปแจกพร้อมทั้งบอกกำหนดวันเวลาการจัดงานให้ทราบ ในวันดาหรือวันก่อนงาน ๑ วัน จะมีการเตรียมงานและมหรสพต่าง ๆ เช่น การเฮ็ดความ และการเล่นมองเซิง ฯลฯ ตามแต่ฐานะ พร้อมทั้งโกนผม อาบน้ำเงินน้ำทอง (ใส่ใบเงินใบทองในน้ำอาบ) น้ำขมิ้น น้ำส้มป่อยให้ส่างลอง เมื่อรับประทานอาหารแล้ว จะนำส่างลองไปให้นอนพักค้างที่วัด ๑ คืน เพื่อจะรับมาทำพิธีต่าง ๆ ในวันรุ่งขึ้น คือวันรับส่างลอง
 
            เช้า “วันรับส่างลอง”เจ้าภาพจะพากันไปที่วัด และนำเครื่องแต่งกายส่างลองไปแต่งให้ ส่างลองจะแต่งคล้ายเจ้านายไทยใหญ่โบราณ คือนุ่งผ้ายาวจีบโจงคล้ายโจงกระเบน แต่ใช้ผ้ายาวมาก ส่วมเสื้อแขนกระบอกป้ายข้าง เอวงอน สวมสร้อยคอทองคำคล้ายกรองคอเรียกว่า “แคบคอ”แหวน กำไล และเครื่องประดับอื่น ๆ เต็มที่ ใส่ซ้องมวยผมปลอมแล้วโพกศีรษะด้วยแพรจีบประดับดอกเอื้อง แต่งหน้า เขียนคิ้ว ทาปากอย่างงดงาม จากนั้นส่างลองจะรับศีลและขอขมาพระ ครั้นได้ฤกษ์จึงนำส่างลองเข้าขบวนแห่กั้น “ที”  หรือกลดสีทองแบบไทยใหญ่ ประกอบด้วยเครื่องประโคมต่าง ๆ นำส่างลองไปขอขมาเจ้าพ่อหลักเมือง พระภิกษุเถระวัดต่าง ๆ และญาติผู้ใหญ่ทั้งหลาย แล้วจึงแห่กลับมาที่บ้านเจ้าภาพ ในตอนกลางคืนมีพิธี “ฮ้องขวัญ”หรือเรียกขวัญสู่ขวัญส่างลอง หลังจากนั้นพ่อแม่จะป้อนอาหารที่ถือเป็นมงคล ๑๒ อย่างให้ส่างลอง (เดิมเคยจัดถึง ๓๒ อย่าง แต่ต่อมาได้ลดลงตามความเหมาะสม) จากวันนี้จะมีมหรสพสมโภชต่อไปอีกหรือไม่กี่วันตามฐานะของเจ้าภาพ
 
 
            ก่อนวันบวช ๑ วัน เป็นวันแห่เครื่องไทยทาน โดยแห่จากบ้านไปตามถนนสายต่าง ๆ แล้วนำไปตั้งไว้ที่วัดซึ่งจะประกอบพิธีบวชในวันต่อไป ขบวนแห่เครื่องไทยทานมักจะนำด้วยจีเจ่ (กังสดาล) ตีเป็นระยะ ๆ ถัดมาเป็นม้าทรงเครื่องกั้นที่ไม่มีคนขี่ ถือว่าเป็นม้าทรงของเจ้าพ่อหลักเมือง ช่างฟ้อน ดนตรี ต้นตะเป่ส่า (กัลปพฤกษ์) บรรจุเครื่องไทยทานถวายพระพุทธเจ้า ถวายวัด พุ่มเงินพุ่มทอง เทียนเงินเทียนทอง หม้อน้ำต่า อูต่องปานต่อง อัฏฐบริขาร ฯลฯ แล้วจึงถึงขบวนส่างลองแต่งกายเป็นวันแรก ขี่คอคนที่รับอาสาเป็น “ตะแป”หรือผู้ที่ให้ส่างลองขี่คอมีการตกอะซู (รางวัล) ให้แก่ตะแปส่างลอง อะซูที่กลุ่มตะแปได้รับมักจะนำไปซื้อเครื่องใช้สอยถวายวัด หรือสมทบทุนสร้างสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ ตามแต่ศรัทธา
 
            หลังจากวันบวชจะเป็นวันฉลองส่างลองเรียกว่า “อ่อมปอย”มีการถวายเครื่องจตุปัจจัยไทยทานและเลี้ยงรับรองแขกที่มาร่วมงานหรือไม่เพียงใดก็แล้วแต่ศรัทธาและฐานะของเจ้าภาพ จัดเป็นวันสุดท้ายของงานปอยส่างลอง
 
            ปัจจุบันการจัดงานประเพณีปอยส่างลองมีจัดกันในหลายจังหวัดภาคเหนือ ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจะจัดในช่วงเดือนเมษายน สอบถามรายละเอียดได้ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานเชียงใหม่ โทรศัพท์ ๐ ๕๓๒๔ ๘๘๐๔ และ ๐ ๕๓๒๔ ๘๘๐๗
งานประเพณีปอยส่างลอง-2   งานประเพณีปอยส่างลอง-3   งานประเพณีปอยส่างลอง-4   งานประเพณีปอยส่างลอง-5  

การเดินทาง :

railways-tab
airplans-tab
buses-tab
ships-tab
automobile-tab

dot